Hawaiian Sweet Bread

I’ve adapted the recipe by Noreen’s Kitchen to make only half the recipe.  Here it is.

Ingredients:
3 1/4 – 4 cups  all-purpose flour
1/3 cup  mashed potato flakes
1/3 cup sugar
1 packet instant yeast
1/2 tsp salt
1/2 cup milk
1/4 cup warm water
1/2 stick butter
1/2 cup pineapple juice
1 large egg (2 medium ones)
1 tsp vanilla

Directions:
1.  Heat butter and milk until melted

2. Place 2 cups flour, sugar, yeast, salt, potato flakes, milk mixture, water, pineapple juice and vanilla in the mixing bowl of a stand mixer

3. Blend with dough hook until well incorporated

4. Add eggs – one at a time, blending with each addition

5. Add in enough of the remaining flour to form a soft dough.  Resist the urge to add more flour or your end result will be a tough bread

6. Knead for 7-15 minutes until the dough forms a film in  The Windowpane Test  by pulling off a golf-ball-sized piece of dough and stretch it into a thin sheet between your fingers. If the gluten is well-developed, the dough will stretch into a paper-thin film without breaking. If quickly breaks…you guessed it, keep kneading).

7.  Place dough in an oiled bowl and cover with plastic wrap or a soft cloth.  Allow to rise in a warm spot until doubled, approximately 1 hour.

 

 

8.  Once the dough finishes rising, remove dough from the bowl and gently press air out.  Cut the dough into 2-4 oz. pieces and roll until smooth.


9.  Place dough balls into 2 oiled baking pans.  The size of the pan will determine the number of rolls you fit into them

10.  Preheat the oven to 350°F – cover and allow dough to rise until doubles, approximately 30 minutes.


11. Bake for 20-30 minutes or until the tops are golden brown


12. Remove from oven and brush with melted butter.  Allow bread to cool before serving.

 

Potato Bread

 

 

Ingredients:

  • Bread flour    200 g ( 2 c.)
  • cake flour      50 G ( 1/2 c.)
  • yeast              1 1/2 teaspoon
  • milk              120 G ( 3/4 c.) luke warm
  • egg               1
  • sugar            4 Tbsp ( divided – 1 Tbsp in the milk and yeast)
  • salt               1/4 Teaspoon
  • butter           40 G ( 1/2 stick)
  • Sweet potatoes or potatoes boiled and mashed 150 g ( 3/4 c.)

Directions:

1.  warm the milk and add 1 Tbsp sugar and yeast.  Rest for 5-10 minutes until the yeast grow and become bubbly.
2.  Combine all the dry ingredients in the mixing bowl of your stand mixer.  Then add the yeast mixture.
3.  Knead with dough hook until smooth about 15 minutes – 20 minutes – (Test doneness by The Windowpane Test  by pulling off a golf-ball-sized piece of dough and stretch it into a thin sheet between your fingers. If the gluten is well-developed, the dough will stretch into a paper-thin film without breaking. If quickly breaks…you guessed it, keep kneading).
4.  Take the dough out of the mixing bowl. Tug the side under to form a ball and put in a greased bowl. Cover with soft cloth or plastic wrap then let rise in warm spot until double in size (about 1 hour).
 
5.  Preheat the oven to 350°F
 
6.  When the dough finishes rising, turn it onto a lightly floured surface.  Press out the air and form a rectangular shape. 
 

 

7.  Cut the dough into equal size strips and cut again to about a 2 oz. pieces.  Roll into smooth balls. Put in the greased pan.
 
8.  Proof (let the dough double in size again) on top of the oven for about 20-30 minutes
9.  Bake for about 20-30 minutes or until golden brown.  Let cool slightly and glaze with melted butter.

Crazy Banana Pecan Bread – เค้กกล้วยหอมและถั่วพีคาน ไร้ไข่ ไร้นม

หาสูตรเค้กกล้วยหอมที่ง่ายและนุ่มชุ่มชื้นมานาน วันก่อนกล้วยงอมพอดี ลองใช้สูตรเค้กไร้ไข่ ไร้นม Crazy Chocolate Cake มาทำดู โอ้ววววว อร่อยจนไม่แบ่งใครเลยยยย

สูตรนี้เค้าเรียก Depression Cake หรือ Crazy Cake  หรือ Wacky Cake คร่าวๆ ลักษณะคงเหมือนขนมถังแตก ที่ฉันเคยได้ยินแม่เรียกตอนเด็กๆนั่นแหละ คือว่ากันว่า เค้กนี้มีคนคิดขึ้นมาในยุคเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก (Great Depression) ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่อาหารพวก ไข่ นม เนย หายากมาก

ส่วนผสมเค้ก

  • แป้งเอนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
  • วนิลลา 1 ช้อนชา
  • น้ำมันมะพร้าว 5 ช้อนโต๊ะ (ในอเมริกาหาง่ายหน่อย หอมดี สูตรเดิมเค้าใช้น้ำมันพืชธรรมดา)
  • น้ำ 1 ถ้วยตวง
  • กล้วยงอมๆ 2 ผล บดละเอียด
  • ถั่วพิคาน (Pican) ดิบ 1/3 ถ้วยตวง

เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮ

วิธีทำ

นำส่วนผสมแห้งผสมกันในถาดอบสี่เหลี่ยม ขนาด 8 นิ้ว (หรือถาดกลม หรือถาด loaf pan ก็ได้ – ถ้าใช้ถาดกลม springform ให้ผสมส่วนผสมในภาชนะอื่นก่อนนะคะ ไม่งั้น มันไหลออกมาหมด) ที่ทาน้ำมันไว้ เค้กจะได้ไม่ติดถาดนะคะ ฉันร่อนส่วนผสมแห้งก่อนค่ะ จะได้คนง่ายหน่อย คนส่วนผสมให้เข้ากัน

กดแป้งให้เป็นหลุมเล็ก 2 หลุม หลุมใหญ่ 1 หลุม เหมือนในภาพ เทน้ำส้มสายชู และวนิลลา ลงไปในหลุมเล็กอย่างละหลุม และน้ำมันลงไปในหลุมใหญ่ เสร็จแล้วเทน้ำลงไป คนให้เนื้อเนียนเข้ากัน

 

ผสมกล้วยบด และ ถั่วพีคานลงไป คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในถาดอบ

เอาเข้าเตาอบ ชั้นกลาง อบ 35 นาที หรือเมื่อเอาไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปดูแล้ว เค้กไม่ติดไม้ เวลาอบอาจแตกต่างกัน ระวังอย่าอบนานเกินไป

ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วแต่งหน้าด้วย ฟร้อสติ้งตามชอบ ตามภาพข้างบน ใช้สูตรฟร้อสติ้งง่ายๆ สูตรนี้ค่ะ

ส่วนผสมฟร้อสติ้ง

  • ช้อคโกแล็ตชิ้ป 1 ถ้วยตวง
  • นมตราเหยี่ยว หรือนมอัลมอนด์ 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • วนิลลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วยตวง
  • มะพร้าวขูดหวาน ไว้แต่งหน้า (ไม่มีก็ได้ ตามชอบ)

นำส่วนผสมทุกอย่าง นอกจากน้ำตาลมารวมกันในหม้อสเตนเลสเล็กๆ แล้วนำหม้ออีกใบที่ใหญ่กว่านิดหน่อย ใส่น้ำ ตั้งเตาให้น้ำเดือด นำหม้อที่มีส่วนผสมตั้งข้างบน ให้ไอน้ำร้อนทำให้ช้อคโกแล็ตละลาย (จะเอาเข้าไมโครเวฟก็ได้ ซัก 30 วินาที พอให้ช้อคโกแล็ตละลาย อย่าให้เดือด) คนส่วนผสมให้เข้ากันจนเนียน ผสมน้ำตาลไอซิ่ง (ตัวเองร่อนก่อน) ลงไป คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียนนุ่ม นำไปแต่งหน้าเค้ก ขณะกำลังอุ่นๆ

 

พิซซ่ากระทะ หน้าเพสโต้กะเพรา และเห็ด

 

พิซซ่าทำไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ ทำทานเองที่บ้านได้สบาย ใช้เวลาหน่อยเท่านั้นเอง แต่ว่าแป้ง ก็ทำไว้ตอนก่อนเข้านอน วันรุ่งขึ้นก็ค่อยมาทำได้ค่ะ

สูตรสำหรับพิซซ่า ขนาด 9 นิ้ว (กระทะขนาดปากกว้าง 10 นิ้ว)

ส่วนผสมแป้งพิซซ่า 
แป้งทำขนมปัง (Bread Flour) 1 ถ้วยตวง
ยีสต์แบบขึ้นเร็ว (Active Dry Yeast) 1/4 ช้อนชา (หรือ 1 ซอง)
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำเย็น 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับ ทากระทะ
เพสโต้กะเพรา 1/3 ถ้วยตวง (สูตรตรงนี้)
เนยแข็ง มอสซาเรลล่า 1 ถ้วยตวง
เห็ด ปริมาณตามชอบ
วิธีทำ
นำแป้ง ยีสต์ และเกลือ เทลงไปในหม้อขนาดกลาง คนให้เข้ากัน เทน้ำลงไป คนจนไม่เหลือแป้งแห้งๆ
เอาพลาสติกคลุมด้านบน แล้วตั้งพักไว้ที่อุณหภูมิห้อง 12-18 ชั่วโมง ให้แป้งขึ้น
เมื่อได้เวลา นำแป้งเล็กน้อยมาโรยบนแป้งที่ขึ้นได้ที่ (จะนิ่มๆ มีฟองอากาศ) เพื่อให้สามารถ ทำเป็นก้อนได้
เสร็จแล้ว เอาน้ำมันมะกอกลูกกระทะ ด้วยนิ้วมือให้ทั่ว แล้วนำแป้งไปกดลงในกระทะ ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ อีก 2  ชั่วโมง
อุ่นเตาอบที่ 475 องศาฟาเรนไฮท์ (หรือร้อนที่สุดที่เตาอบทำได้)
เนื่องจากเห็ดมีความชื้นสูง จะทำให้พิซซ่าไม่กรอบ ต้องรีดน้ำออกก่อน โดยนำไปวางบนจานที่ปูด้วยกระดาษ paper towel สองชั้น เอากระดาษทับข้างบนอีกสองชั้น แล้วเอาจานอีกใบวางทับ
นำไปเข้าไมโครเวฟ 1 นาที เอากระดาษซับน้ำที่ออกมาอีกทีให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทาเพสโต้บนแป้ง แล้วโรยเนยแข็ง ตามด้วยเห็ด และเอาใบกะเพรา 4-5 โรยหน้าพองาม
นำกระทะไปตั้งไฟ แรงเกือบสุด (medium high) 3 นาที แล้วนำเข้าเตาอบ
อบประมาณ 10-12 นาที หรือจนแป้งเป็นสีเหลืองทอง และเนยแข็งละลาย

ดัดแปลงจาก www.jennycancook.com

วิธีทำเพสโต้กะเพรา

ถ้่วพีแคน วอลนัต หรือถั่วลิสงแห้ง 1/2  ถ้วยตวง
ใบกะเพรา 2  ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับละเอียด 1 กลีบ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วยตวง

นำถั่วไปบดหยาบๆ (pulse) ในเครื่องปั่น แล้วใส่เครื่องปรุงที่เหลือลงไป บดพอเข้ากันดี

Of Brioche and Beignet — จาก บริออช ถึง เบนเยต์

เรื่องมันเกิดขึ้นตอนสายแก่ๆ ในวันหนึ่ง วันที่ฟ้าฉ่ำฝน ซึ่งมีน้อยวันนักในแคลิฟอร์เนีย ในช่วงสองปีนี้ ดิชั้นซึ่งจับบทคุณนายตื่นสาย พอลืมตาปุ๊ป มองฟ้า ก็เริ่มคิดหาโครงการที่มีอยู่นับล้านในสมองว่าจะค้นอันไหนขึ้นมาทำดีน้าาา แล้วก็มาหยุดตรง ขนมปังบรีออช (brioche bread) ไม่ใช่บรีออชหัวจุกนะ แต่เป็นขนมปังนิ่มๆ แบบขนมปังเนยสด หรือขนมปังหวานแบบที่เค้าทำเป็นขนมปังไส้หมูหยองน่ะ แต่เป็นแบบปอนด์ ด้วยความที่ติดใจ เฟร้นช์โทสท์ จากร้าน Café de la Presse แถวย่านจีนน่ะ (French toast ที่คนฝรั่งเศสทำ แล้วเค้าว่าต้องใช้ขนนปังแบบนี้หง่ะ แหม มันซับซ้อน ฮ่าๆๆๆ)

ขณะที่บิดขี้เกียจก็ชี้นิ้วให้ ‘อากู๋’ ค้นหาสูตรง่ายๆ ดีๆ ให้ แล้วก็มาหยุดตรงสูตรลับ ขนมปังหวานร้านคิงในโฮโนลูลู (King’s Bakery sweet bread) โอ้วววววว แหมมม กระสุนนัดเดียวจะได้นกสองตัว ได้ทั้งปังหวาน ปังฝรั่งเศส ฮ้า มันเริ่ดเสียนี่กระไร ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกระปรี้กระเปร่าจัดการชั่งตวงวัด อย่างขมีขมัน แต่พลันนึกในใจว่า เอ สูตรเนี่ยะ ใส่ยีสต์ลงไปโต้งๆ แบบไม่ต้องทำให้มันอุ่นเลย แล้วมันจะขึ้นหรือ (ฟระ)

แต่เอาน่ะ “อย่าทำเป็นรู้มาก” นึกปรามตัวเองในใจขณะที่นวดแป้งเหย็งๆ ต่อไป ไม่นานก็ได้แป้งนุ่มกลมบ้อก รอเวลาที่จะพองตัวขึ้นเหมือนลูกโป่ง (ขอบอกว่าเวลาเปิดผ้าออกมาดูแล้วเห็นแป้งพอง แล้วได้ชกมัน นี่ โหหหห สุขสุดๆ อิอิ — คาดหวังๆ ๆ)

 

หนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไป เปิดผ้าออกมา เอ๊า!!!! ก้อนเท่าเดิม — ไหมล่ะ ชั้นว่าแล้วววววววววว

ถึงตรงนี้ หูเริ่มอื้อด้วยความหิวบวกผิดหวัง เชอะ เอาน่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ไม่ขึ้น ก็ลองอบดูหน่อย อบแล้วหน้าตาดูดี๊ดี แต่ว่ากินไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ

และแล้วอารมณ์หูอื้อ และเซ็ง ก็เป็นที่มาของการ ซื้อและทำอะไรลงไปอย่างไม่ยั้งคิด ที่นักการตลาดชอบนักหนา เวลาคุณเธอเกิดอาการ compulsive buying mode หรือเลือดขึ้นหน้า อะไรที่ขวางหน้า ก็ต้องกิน และ ซื้อให้แหลกกันไปข้างหนึ่ง ใช่มะ อิอิอิ

และสิ่งที่ขวางหน้าก็คืออาหารปักษ์ใต้อเมริกัน เพราะกำลังอ่านอย่างน้ำลายสอ ขณะที่รอแป้งขึ้น ดังนั้น จึงมิรอช้า คว้ากระเป๋าตัวปลิวออกจากบ้านทันทีที่ ขนมแป้งบ้า หล่นปุลงไปในถังขยะ

แต่ว่าถึงจะอยู่ในอารมณ์บ้า ก็ไม่หลุดหัวข้อนะ ยังมั่นคงในความเป็นฝรั่งเศสต่อไป ปักษ์ใต้ ก็ต้องปักษ์ใต้แบบหลุยเซียน่านะ

ที่หลุยเซียน่า ที่มีนิว ออร์ลีนส์ ตั้งอยู่เนี่ยะ มีอิทธิพลของฝรั่งเศสอยู่มากๆ ใช่มั้ย ตัวเองน่ะ สงสัยมานานแล้วว่า ระหว่างอาหารเคจุ้น (Cajun) กับครีโอล (Creole) เนี่ยะ มันต่างกันยังไงเหรอ เอาล่ะ วันนี้ จะได้รู้กัน

เค้าว่า อาหารเคจุ้น (Cajun) เนี่ยะ มันเป็นอาหารพื้นบ้าน คนท้องถิ่นทำกินกันในแถบบึง บายู คงจะเหมือนอาหารเหนือ อิสาน และปักษ์ใต้ บ้านเราที่อร่อย แต่ดูไม่ค่อยดี ขึ้นเหลาก็คงดูไม่เหมาะ ในขณะที่ อาหารครีโอล (Creole) ก็ระเหิดระหง เป็นเมนูในเมือง ขึ้นเหลา หน้าตาไม่ดำปี๋เหมือน เคจุ้น (ฮ่าๆๆๆๆๆ ขอบอกว่าร้านที่ไปกิน คนข้างๆ สั่งซี่โครงอะไรมากิน ไม่รู้ ดำปี๋จริงๆ)

ค้นๆๆ เจอร้าน Angeline’s Louisiana Kitchen ที่เบิร์คลีย์ ไม่ไกลจากบ้าน เห็นคนรีวิวเยอะสุดๆ ต้องไปต้องไป — เลือกเมนู เอทุฟเฟ่ใส่ครอฟิช (Crawfish Etoufée) มีถั่วฝักยาวผัดน้ำมันเคียงมา อร่อยมากแม้หน้าตาไม่ดีนัก ดูเป็นข้าวราดแกงเขละๆ อารมณ์เดียวกับ ข้าวราดแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นหน่ะ (เมื่อก่อนชอบกินมากเลย เดี๋ยวนี้ทำไมเหมือนทำไม่เป็น อิอิ) กินเกลี้ยงจานเลยล่ะ เห็นเขละขนาดนี้ก็เหอะ

Crawfish Étoufée

หลังจากนั้นตามด้วยกาแฟ (กาแฟนิวออร์ลีนส์นี่เค้าผสมชิคคอรี่ ไม้อะไรก็ไม่รู้ แต่ประมาณกาแฟตุงฮู แบบใส่เม็ดมะขามคั่วหอมๆ เหมือนกาแฟยกล้อบ้านเรา) และ ของหวาน เบนเยต์ (มันต้องมีของหวานนะ แก้ความผิดหวังจาก บรีออชไง) พอเค้ายกมาเป็นชามแบบนี้ ถึงกับผงะ คุณพระคุณเจ้า จะเอาชีวิตรอดมั้ยนะ วันนี้

แต่พอได้กินเข้าไป แหม อร่อยยยย เหมือนขนมแก้วตาโบ๋ (ที่หากินได้อยู่หรือเปล่าน้อ) ซึ่งก็เป็นแป้งแบบโดนัทแต่ทำเป็นสี่เหลี่ยมแล้วเวลาเสิร์ฟถมด้วยน้ำตาลไอซิ่งเยอะๆ

House Beignets with Loads of Powdered Sugar

 

เบนเยต์ ดูชัดๆ

หลังจากอิ่มแปล้และหายอยากแล้ว ยังคิดว่าจะกลับไปที่นี่อีกหลายๆ ครั้ง กินมันให้ทุกอย่าง แล้วดูว่าเวลาไปปักษ์ใต้จริงๆ จะอร่อยสู้แถวนี้ได้มั้ย 😀

ขนมปังไร (Rye) ทำด้วยแป้งอเนกประสงค์

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการทำขนมปังยีสต์แบบง่ายๆ ด้วยแป้งอเนกประสงค์แล้วก็เกิดฮึกเหิม อยากทำขนมปังไร (Rye) เพราะชอบทาน และยังมีกลูเตนต่ำกว่าขนมปังแป้งธรรมดาด้วย ใช้สูตรเดิมที่ใช้ทำ ขนมปังยีสต์แบบง่าย เอามาปรับและลดลงทำแค่ครึ่งสูตรนะคะ จะได้ขนมปัง 1 ปอนด์  (ขนมปังนี้จะออกมาเป็นแบบ บาแก็ท ของฝรั่งเศสที่นุ่มใน แต่ขอบแข็งนะคะ)

ส่วนผสม (ทำขนมปังขนาดปอนด์ย่อมๆ ได้ 1 ปอนด์):

1. แป้งอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วยตวง
2. แป้งไร 1 1/2  ถ้วยตวง  (Rye flour หรือ Rye Meal – หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ตที่ขายของที่ตักขายแบบไม่ใส่หีบห่อ (bulk) อย่าง Whole Foods หรือ Berkeley Bowl — ซูเปอร์ทั่วไป ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่านะคะ)
3. ยีสต์แห้งแบบขึ้นเร็ว (highly active yeast) 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
5. เกลือโคเชอร์ (kosher salt) หรือเกลือป่นธรรมดา 1/2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำร้อนจัด (50-55 องศาซี)  1 ถ้วยตวง
7. น้ำร้อน ใส่ในถาดอบแก้ว หรือ ถาดอบเค้ก
8. เมล็ดยี่หร่า (fennel or caraway) ไว้โรยหน้า หรือจะไม่โรยก็ได้

คนแป้งทั้งสองอย่างให้เข้ากัน  แล้วแยกแป้งที่ผสมแล้ว  2 ถ้วยตวง เข้ากับ ยีสต์ น้ำตาล เกลือ ให้เข้ากัน เทน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 50-55 องศาซี ลงไป ตีด้วยไม้ตีไข่ 100 ครั้ง หรือด้วยมิกเซอร์ 3 นาที

เทแป้งที่เหลือลงไปแล้วคนให้เข้ากันจนแป้งหายแฉะ เทแป้งลงไปบนบริเวณที่จะใช้นวด ที่โรยแป้งรอไว้ นวดไป 8 นาที แล้วใส่ลงไปในหม้อที่ทาเนยไว้ เอาผ้าหมาดๆ อุ่นๆ คลุมไว้ ตั้งไว้ในที่อุ่นๆ ไม่มีลมให้แป้งขึ้น

พอครบ 15 นาที เอากำปั้นต่อยตรงกลางแป้งให้แฟ่บลง แล้วตบๆ ให้เป็นรูปปอนด์ แต่อย่าปั้นมากนัก

เอาแป้งใส่ลงในถาดอบแบบปอนด์ (loaf pan) ที่ปูกระดาษพาร์ชเม้นท์ไว้ (ถ้าจะโรยยี่หร่า ก็โรยตอนนี้) แล้วเอาเข้าไปวางตรงชั้นกลางของเตาอบที่เย็นอยู่ 

ในถาดอบทนไฟ ขนาดซัก 12×14 นิ้ว หรือถ้าไม่มีใช้ขนาดไหนก็ได้ อีกอันหนึ่ง เทน้ำเดือดลงไป (วิธีนี้ เหมือนการทำ bain-marie เพื่อให้มีไอน้ำเวลาอบ ขนมปังจะได้นุ่ม)  แล้วเข้าไปวางในชั้นล่างของเตาอบ เปิดเตาอบที่ 400 องศาเอฟ (ประมาณ 200 – 205 องศาซี) อบ 40-50 นาที หรือจนเป็นสีเหลืองทอง (วิธีเช็คว่าสุกหรือยัง ให้ลงตบข้างใต้ขนมปังดูว่ามีเสียงกลวงๆ แสดงว่าสุก)

เสร็จแล้วเอาออกทิ้งให้เย็นสนิทบนตะแกรง ก่อนห่อเก็บ — ขนมปังสามารถเข้าช่องฟรีซไว้ได้ถึงสามเดือนค่ะ

Rye Bread with All-Purpose Flour

After my first successful attempt at making easy yeast bread with all-purpose flour, I got more ambitious and wanted to try to make rye bread which is my favorite.  So I adapted the recipe from The Culinary Chronicles which I used before and made half the recipe (since I only have one loaf-pan).
Ingredients:
1 1/2 cup all-purpose flour
1 cup rye meal/flour
1 Tablespoon beown sugar
1/2Tablespoon kosher salt
1 Tablespoon quick rising yeast
1 cup water
Mix the flour and rye flour together until well blended. Mix 1 1/2 cups of the flour mixture with the yeast, sugar, and salt.  Pour in the hot water and beat 100 strokes (or 3 minutes with a mixer).

Stir in the remaining flour mixture until the dough loses its stickiness.  Turn onto a floured surface. Knead for 8 minutes.

Place dough in a greased bowl and cover with a warm damp cloth.  Let rise for 15 minutes in a warm spot (away from drafts).

Punch down and while trying not to over handle the dough, shape it roughly into a loaf and put in loaf pan that’s lined with parchment paper or greased.

Place the loaf pan in the middle of a COLD oven.   Place a pan of hot water on the lowest shelf. Heat the oven to 400 degrees F and bake 40-50 minutes until golden brown.  Let cool completely before wrapping and/or storage.

To check the bread’s doneness, tap the bottom of the bread and check for hollow sound.  Read more at theKitchn.

Cranberry and Almond Biscotti With White Chocolate Drizzle

Another recipe I finally dare to make.  Found recipe from www.food.com and made a little adjustment.

Ingredients

2 1/2 cups flour
1 teaspoon baking powder
1/2 teaspoon salt
1 1/4 cups sugar ( can use another 1/4 cup more for a sweeter taste)
1/2 cup butter (1 stick), room temperature
2 large eggs
1 1/2 teaspoons almond extract (I used Amaretto / almond liqueur)
1 1/2 cups dried cranberries
1/2-3/4 cup almonds ( chopped or sliced)
1 egg whites
8 ounces white chocolate

Directions

  1. Set oven to 350 degrees.
  2. Line a baking sheet with parchment paper.
  3. In a bowl whisk together flour with baking powder and salt.
  4. Using an electric mixer beat the butter, sugar and eggs with extract until well blended (about 4 minutes).
  5. Add in the flour mixture, then the cranberries and almonds; mix well to combine.
  6. Divide the dough in half.
  7. With floured hands shape the dough in about 9 x 2-inch logs.
  8. Transfer the logs to prepared baking sheet, spacing evenly.
  9. In a small bowl whisk the egg white until foamy, the brush the egg white on top and sides of each log.
  10. Bake the logs until golden brown, about 35 minutes (the logs will spread when baked).
  11. Cool completely in the baking pan (leave the oven heat on to 350 degrees).
  12. Transfer the logs to a work surface.
  13. Shake out any crumbs from the parchment paper, then place back on the baking sheet with clean-side facing upwards.
  14. Using a serrated knife, sliced the logs on diagonal about 1/2 – 3/4-inches.
  15. Arrange the sliced biscotti cut side down on the same baking sheet.
  16. Bake for 10 minutes; turn the biscotti over and bake for another 5 minutes, just until beginning to lightly brown.
  17. Transfer biscotti to a rack to cool.
  18. For the glaze: stir the white chocolate in a double boiler over simmering water until smooth.
  19. Remove from over the water.
  20. Using a fork, drizzle chocolate over biscotti.
  21. Let stand until chocolate sets (about 30 minutes).

 

ขนมปังยีสต์แบบง่าย

 

โอเคค่ะ ตกลงได้ลองรอจนวันรุ่งขึ้นให้มั่นใจแล้วว่าขนมปังทานได้อร่อยดีแน่ๆ ถึงค่อยมาเขียนเป็นภาษาไทยอีกที สูตรนี้ใช้แป้งอเนกประสงค์ (all-purpose flour) ธรรมดา และปล่อยให้แป้งขึ้นแค่ 15 นาทีนะคะ ง่ายกว่าที่คิดไว้มาก

ส่วนผสม (ทำขนมปังขนาดปอนด์ย่อมๆ ได้สองปอนด์):

1. แป้งอเนกประสงค์ 5 ถ้วยตวง
2. ยีสต์แห้งแบบขึ้นเร็ว (highly active) 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
4. สมุนไพรที่ชอบ — โรสแมรี่, ยี่หร่า, หรือกรณีนี้ใช้แอร์บเดอโพรวองซ์ (Herbe de Provence) 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือไม่ใส่ก็ได้ ถ้าจะเอาไปทำแซนวิช หรือทานเป็นอาหารเช้า เพราะกลิ่นพวกนี้อาจเหมาะกับทานกับอาหารเย็นนะคะ
5. เกลือโคเชอร์ (kosher salt) หรือเกลือป่นธรรมดา 1 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือทะเล เกล็ดใหญ่หน่อย เอาไว้โรยหน้า แต่จะไม่โรยก็ได้
7. น้ำเดือด 2 ถ้วยตวง
8. น้ำร้อน ใส่ในถาดอบแก้ว หรือ ถาดอบเค้ก

ผสมแป้ง 3 ถ้วยตวง เข้ากับ ยีสต์ น้ำตาล เกลือ ให้เข้ากัน เทน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 50-55 องศาซี ลงไป ตีด้วยไม้ตีไข่ 100 ครั้ง หรือด้วยมิกเซอร์ 3 นาที

เทแป้งที่เหลือลงไปแล้วคนให้เข้ากันจนแป้งหายแฉะ เทแป้งลงไปบนบริเวณที่จะใช้นวด ที่โรยแป้งรอไว้ นวดไป 8 นาที แล้วใส่ลงไปในหม้อที่ทาเนยไว้ เอาผ้าหมาดๆ อุ่นๆ คลุมไว้ ตั้งไว้ในที่อุ่นๆ ไม่มีลมให้แป้งขึ้น

พอครบ 15 นาที เอากำปั้นต่อยตรงกลางแป้งให้แฟ่บลง แล้วแยกแป้งเป็นสองก้อน อย่าปั้นมากนัก พยายามตบๆ ให้เป็นก้อนกลมๆ — (คราวนี้ทำตามสูตรเค้า ที่ให้ทำเป็นรูปกลม แต่คราวหน้าจะทำเป็นปอนด์ดีกว่า)

เอาแป้งวางลงบนถาดอบคุ้กกี้ที่ปูกระดาษพาร์ชเม้นท์ไว้ แล้วเอาเข้าไปวางตรงชั้นกลางเตาอบที่เย็นอยู่ เอาน้ำร้อนใส่ถาดอบทนไฟ หรือ ถาดอบเค้ก เข้าไปวางในชั้นล่างของเตาอบ เปิดเตาอบที่ 400 องศาเอฟ (ประมาณ 200 – 205 องศาซี) อบ 40-50 นาที หรือจนเป็นสีเหลืองทอง (วิธีเช็คว่าสุกหรือยัง ให้ลงตบข้างใต้ขนมปังดูว่ามีเสียงกลวงๆ หรือยัง

เสร็จแล้วเอาออกทิ้งให้เย็นสนิทบนตะแกรง ก่อนห่อเก็บ — ขนมปังสามารถเข้าช่องฟรีซไว้ได้ถึงสามเดือนค่ะ

ภาพนี้เป็นภาพที่เอาขนมปังมาปิ้ง ทาแยมวันรุ่งขึ้น อร่อยเชียวค่ะ 🙂
ลองทำดูนะคะ ไม่ยากเลย อร่อย หอมกรุ่นจากเตา ไม่มีสารกันบูดด้วย