อองรี คาร์เธียร์ เบรอซง – ศตรวรรษใหม่ (Henri Cartier-Bresson – The Modern Century)

ลงครั้งแรกที่ Street Photo Thailandเมื่อ 18 มกราคม 2554
เมื่อเดือนก่อนได้มีโอกาสไปชมนิทรรศการแสดงภาพของ Henri Cartier-Bresson (HCB) ที่ San Francisco Museum of Modern Art (SFMOMA) ซึ่งเป็นนิทรรศการแรกที่จัดขึ้นหลังจาก HCB เสียชีวิตไป โดยเสนอผลงานตลอดชีวิตของเขาในมุมมองใหม่ในฐานะช่างภาพบุคคล และ ช่างภาพที่มีสายตาแหลมคมในการศึกษาละครชีวิตของมนุษยชาติ

Title: Hyères, France, 1932

นิทรรศการแบ่งออกเป็น 13 หัวข้อ ซึ่งเยอะมาก แต่น่าสนใจ และทำให้เห็นความหลากหลายในผลงานของเขาอย่างมาก ก็จะพยายามเรียบเรียงความมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

1) ผลงานช่วงแรกๆ
2) ผลงานหลังสงคราม
3) โลกเก่า – ตะวันออก
4) โลกเก่า – ตะวันตก
5) โลกใหม่ – อเมริกา
6) โลกใหม่ – รัสเซีย
7) Photo-Essay: The Great Leap Forward, China. 1958
8) Photo-Essay: Bankers Trust Company, New York. 1960
9) ภาพบุคคล
10) ความงาม
11) การพบปะสังสรรค์
12) โลกยุคใหม่


บทนำ

Behind the Gare Saint-Lazare, Paris, 1932
Allée du Prado, Marseille, 1932


Henri Cartier-Bresson เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านการถ่ายภาพข่าว (photojournalism) และนับว่าเป็นปรมาจารย์ของ street photography แนวทางที่เขาริเริ่มในช่วงต้นปี 1930 ทำให้โลกได้เห็นถึงศักยภาพของภาพถ่ายในการเป็นสื่อทางศิลปะ และความสามารถของเขาในการเก็บภาพชีวิตที่ดำเนินอยู่ทั่วไปได้ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเหลือประมาณ (“The Decisive Moment”) ซึ่งความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ อาจเป็นเพราะเขามีพื้นฐานมาจากการเรียนวาดภาพมาก่อนก็ได้

Bresson เริ่มออกเดินทางท่องโลกตั้งแต่ปี 1930 เมื่อเขามีอายุ 22 ปีจนกระทั่งเกือบครึ่งศตวรรษให้หลัง จึงทำให้ผลงานของเขาครอบคลุมเนื้อหากว้างไกลไปในพื้นที่ต่างๆ เกือบทั่วโลก ทั้งยังมีเนื้อหาที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับสังคม วัฒนธรรม ทีี่jรวมไปถึงอารยธรรมโบราณจนกระทั่งยุคเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่ล้วนแต่มีเอกลักษณ์ ลุ่มลึก และท้าทายสังคมยุคใหม่

ผลงานในยุคแรกๆ
กล้องถ่ายรูปแบบมือถือที่เพิ่งเริ่มจะมีขึ้นในยุคนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ปฏิวัติรูปแบบของการถ่ายภาพและแนวคิดของช่างภาพอย่างมากในช่วงระหว่างสงครามโลก ช่างภาพมีอิสระในการสร้างสรรค์ภาพมากขึ้น โดยไม่ใช่แค่จับความเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่งเท่านั้น เพียงแค่กล้องตัวเล็กๆ กับฟิล์มไม่กี่ม้วนในกระเป๋า เขาก็สามารถออกไปทำงานได้แล้ว Bresson ใช้อิสระนี้ในการชูโรงความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่ง ด้วยการหยุดความเคลื่อนไหวนั้นแล้วผันมันให้กลายเป็นสิ่งที่สง่างาม น่าทึ่ง เค้าปฏิวัติการถ่ายภาพข้างถนนให้กลายเป็นเหมือนโรงละครเหนือจริง (Surrealist theater) ที่เต็มไปด้วยความน่าพิศวง มหัศจรรย์ และเต็มไปด้วยความหมาย มากกว่าโลกที่เราๆ รู้จักกัน
ผลงานของ Bresson ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1930s เป็นการเริ่มต้นแห่งนวัตกรรมของศิลปะสมัยใหม่ ในช่วงที่ความเหนือจริง (Surrealism) ยังเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ เป็นยุคก่อนเศรษฐกิจโลกตกต่ำครั้งใหญ่ เป็นยุคก่อนการเรืองอำนาจของฟาสซิสต์ ก่อนการล่มสลายของการปกครองแบบสาธารณรัฐในสเปน และก่อนที่พวกนาซีจะครอบครองฝรั่งเศส

Brussels, 1932


ผลงานยุคหลังสงครามโลก

หลังสงคราม ทุกอย่างในโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเิชิง รวมทั้ง Bresson ด้วย หลังจากได้รับประสบการณ์อันเลวร้ายในการเป็นนักโทษสงคราม เขาพบว่าการถ่ายภาพข่าว และภาพเชิงสารคดีเหมาะกับการสื่อความคิดของเขาในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเวลานั้น ผลงานในช่วงนี้จะแสดงให้เห็นสไตล์ใหม่ของเขา ที่จะเสนอซัพเจคท์เป็นกลุ่มคนในส่ิงแวดล้อมที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความน่าทึ่ง

Dessau, Germany, 1945

โลกเก่า – ตะวันออก
ภาพหลายๆภาพ ของ Bresson มักจะแสดงถึงวิถีชีวิตในโลกเก่าที่ไม่ได้ถูกสังคมสมัยใหม่และการค้ามาแปดเปื้อน แม้ว่า Bressonจะไม่เคยต้องทำงานแบกหาม (นอกจากสมัยที่เขาต้องกลายเป็นนักโทษสงคราม) เพราะเค้ามาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่กระนั้นเขาก็เข้าใจลึกซึ้งถึงอารมณ์ของซัพเจคท์ได้ดี ภาพที่เขานำเสนอสามารถทำให้คนดูโหยหาวิถีชีวิตแบบเก่าก่อน ซึ่งปราศจากราคีของบริโภคนิยมและความแก่งแย่งชิงดีของโลกปัจจุบัน

Srinagar, Kashmir, 1948

โลกเก่า – ตะวันตก
Bresson ถ่ายภาพทิวทัศน์ด้วย แต่ทิวทัศน์ที่เขาถ่ายมักจะเป็นสถานที่ที่มีร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงจากน้ำมือของคน และมักจะแสดงให้เห็นร่องรอยของวัฒนธรรมของคนเหล่านั้น

Orgosolo, Sardinia, Italy, 1962

โลกเก่า – ฝรั่งเศส
แม้ว่าฝรั่งเศสจะอยู่ในโลกเก่าตะวันตก แต่ Bresson ถ่ายภาพในฝรั่งเศสมากมายจนสามารถจะยกขึ้นมาไว้เป็นหนึ่งหัวข้อได้

Juvisy, France, 1938

โลกใหม่ – อเมริกา
นอกจากฝรั่งเศส ประเทศบ้านเกิดของเขาแล้ว Bresson ถ่ายภาพในอเมริกามากกว่าประเทศอื่นๆ แต่ภาพเหล่านี้มีคนรู้จักน้อยมาก โดยทั่วไปภาพที่เขาถ่ายในเชิงข่าวนี้จะพยายามรักษาความเป็นกลางอย่างมาก แต่สำหรับภาพในอเมริกานี้จะเห็นได้ว่าเขาสื่อความรู้สึกทางลบของตัวเองต่อสังคมอเมริกัน โดยเน้นถึง ความหยาบคาย ความโลภ และ การเหยียดผิวของคนอเมริกันเอามากๆ

New York, 1960

โลกใหม่ – สหภาพโซเวียต
ฺBresson เป็นช่างภาพชาวตะวันตกคนแรกที่โซเวียตยอมให้เข้าประเทศหลัีงจากการเสียชีวิตของสตาลินในปี 1953 ภาพที่เขาถ่ายมาในช่วงฤดูร้อนปี 1954 นั้นเป็นข่าวใหญ่ในตัวของมันเอง และมีนิตยสารภาพหลายฉบับตีพิมพ์ภาพเหล่านี้ แต่เมื่อเขากลับไปอีกครั้งในปี 1972 และ 1973 ภาพของเขาจะถ่ายทอดความน่าเศร้า ความทุรกันดาร และความไร้วิญญาณของประเทศนี้

Moscow, 1954

โฟโต้เอสเสย์ – ก้าวกระโดดสำคัญของจีน 1958

Bresson ใช้เวลากว่าสี่เดือนที่จะถ่ายภาพการรณรงค์ The Great Leap Forward ของเมาเซตุง ที่จะพาประเทศจีนให้พัฒนาไปเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการพิมพ์ภาพเผยแพร่ในหลายประเทศ แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก (ที่น่าสนใจและต้องหาดูคือบันทึกภาพการแจกไม้ตีแมลงวันให้กับประชาชนตามสถานีรถไฟ และที่สาธารณะต่างๆ บางทีคนนั่งพลอดรักกันยังถือไม้ตีแมลงวัน และ Bresson มีการเขียนคำบรรยายภาพด้วยตัวเองให้ได้ขบขันเป็นที่ยิ่ง)

The Great Leap Forward, China, 1958

โฟโต้เอสเสย์ – บริษัท Bankers Trust นิวยอร์ค 1960
ในช่วงปี 1960 ภาพที่ไม่ค่อยเป็นทางการที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือที่ได้รับความนิยมจากการเผยแพร่ทางนิตยสารเริ่มปรากฏตามรายงานประจำปีของบริษัทต่างๆ ช่างภาพ freelance จำนวนมากเริ่มรับงานใหม่แนวนี้กันมากขึ้น Bresson ก็รับงานนี้เหมือนกัน โดยถ่ายภาพประกอบรายงานประจำปีของธนาคาร Bankers Trust ในนิวยอร์ค และถือเป็นโอกาสที่จะได้เข้าไปสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของ
ธนาคารซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็น แม้ว่าระบบทุนนิยม หรือ สังคมนิยม จะไม่ใช่ระบบที่จะนำมาซึ่งความยุติธรรมตามอุดมคติของ Bresson แต่เขาก็นำเสนอภาพเหล่านี้อย่างเป็นกลางที่สุด โดยมีความคิดของช่างภาพเข้าไปมีอิทธิพลน้อยที่สุด นอกจากพวกหัวหน้างานเท่านั้นที่ถูกมองอย่างมีอคติเล็กน้อย

Bankers Trust, New York, 1960

ภาพถ่ายบุคคล
Bresson นับว่าเป็นหนึ่งในช่างภาพพอร์ทเทรตมือหนึ่งของศตวรรษที่ยี่สิบ เขาถ่ายภาพบุคคลสำคัญๆ มากมายโดยเฉพาะนักเขียน ศิลปิน และกวี โดยรวมแล้วเกือบหนึ่งพันภาพ เขาชอบถ่ายภาพที่บ้านตัวเอง แล้วถ้ามีใครถามว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ เขาจะบอกว่า “นานกว่าหาหมอฟันหน่อยแต่ไม่นานเท่าหาจิตแพทย์”

Albert Camus, Paris, 1944

ความงาม

แม้ว่า Bresson จะถ่ายภาพชีวิตและสังคมเป็นส่วนใหญ่ แต่เค้าก็มีตาอันแหลมคมที่จะมองเห็นความงามโดยเฉพาะในสรีระของสตรี และสามารถถ่ายถอดสุนทรียนั้นออกมาได้ ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะดาษดื่นหรืออัปลักษณ์ขนาดไหน

Martine’s Legs, 1967

การพบปะสังสรรค์
ท้องถนนเป็นเหมือนโรงละครที่ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม ไม่ว่าอะไรในตัวคนก็สามารถบอกบุคลิกลักษณะและเล่าเรื่องราวของคนๆนั้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าตา หรือท่าทาง ทั้งในด้านส่วนตัวเขาเอง หรือในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชน

Naples, Italy, 1960

โลกยุคใหม่

กว่าสองศตวรรษมาแล้ว การปฏิวัติอุตสาหรกรรมในอังกฤษเป็นจุดเริ่มต้นของโลกยุคใหม่ แม้ว่า Bresson จะเกิดมาในยุคที่มีรถยนต์และเครื่องบินเกิดขึ้นแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเลิกนิยมชมชอบขนบธรรมเนียมเก่าๆเลย อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้กลัวกระแสความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด สำหรับเขาแล้ว โลกใหม่มาถึงเมื่อช่วงปี 1950 ด้วยชัยชนะของบริโภคนิยมและสุขนิยม ภาพในยุคหลังๆ ของเขาจะนำเสนอถึงความหยาบช้า ยุ่งเหยิง และการตกเป็นทาสอารมณ์ของคนในสังคม

Hakodate, Japan, 1965

——————————
เรียบเรียงมาลุ่มๆ ดอนๆ นะคะ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้าง จะขอปิดท้ายด้วยคำพูดของ HBC ที่ว่า
Photographers deal in things which are continually vanishing and when they have vanished there is no contrivance on earth which can make them come back again.
ช่างภาพต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่มีแต่จะเลือนหายไปและเมื่อสิ่งนั้นเลือนหายไปแล้วไม่มีอะไรในโลกที่จะทำให้มันกลับคืนมาได้

ตามไปดูรูปในรายละเอียดได้ที่เวปไซท์ของSFMOMAค่ะ (*โน้ตเพิ่มเติม-ที่เวปไซท์สามารถดูรูปทุกรูปข้างบนได้แบบขยายใหญ่นะคะ พอจิ้มไปที่รูปมันจะขยายใหญ่ให้ดูเลยค่ะ พร้อมคำอธิบายภาพ ถ้าจะดูในส่วนหัวข้อที่ทำscreenshot มาข้างบนก็ไปเลือกที่ Themes แล้วเลือกตามหัวข้อได้เลยค่ะ)

You can read full text and see photos in details at SFMOMA website.