Chicago in 70 Hours – ยุทธการแกะรอยชิคาโก้บลูส์

ตั้งแต่เด็ก โตขึ้นมากับเสียงดนตรีร้อคแอนด์โรลที่พี่ป้าน้าอาฟัง จังหวะและท่วงทำนองก็ติดหู พอโตขึ้นมาหน่อย สมัยภาษาปะกิดยังไม่ค่อยเข้มแข็งนัก เคยได้ดูหนังเรื่อง The Blues Brothers ที่ จอห์น เบลูชี่ กับ แดน แอคครอยด์ เล่น ตอนนั้นงงๆ ในเนื้อเรื่อง แต่รู้ว่ามีศิลปินเพลงดังๆ มากมายร่วมแสดง อย่าง เรย์ ชาร์ลส หรือ อริต้า แฟร้งคลิน และที่โดดเด่นมากคือเพลงในเรื่อง ที่สุดมันส์ ดูทีไรก็สนุก แล้วก็รู้ว่าท้องเรื่องมันอยู่ในชิคาโก้ ตั้งแต่นั้นมาก็คิดว่าซักวันคงมีโอกาสได้ไปฟังดนตรีแบบชิคาโก้บลูส์แท้ๆ นะ

เพลงบลูส์ ที่เป็นต้นกำเนิดของดนตรี ร้อคแอนด์โรล มีต้นกำเนิดมาจากทางใต้ของอเมริกา โดยทาสผิวดำจากอาฟริกา อาศัยพื้นฐานจากท่วงทำนอง และจังหวะจากเพลงที่ร้องให้จังหวะกันในหมู่คนงานในไร่ฝ้าย ฯลฯ เนื้อเพลงและท่วงทำนองจะเกี่ยวกับความทุกข์ยาก ลำบากในชีวิต เพลงบลูส์เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงปี ค.ศ.1920 เป็นต้นมา ในช่วงแรกๆ นี้จะเป็นเพลงช้าๆ เศร้าๆ ร้องคู่กับกีต้าร์ เพลงในช่วงนี้ เรียก เดลต้าบลูส์ (Delta Blues) นักร้องนักดนตรี ส่วนมากจะมาจากแถว เมมฟิส จนถึง มิซซิสซิปปี้ เร่ร่อนไปเรื่อยๆ กับกีต้าร์คู่ใจ

พอหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก คนก็มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ๆ อย่าง ชิคาโก้ เซนหลุยส์​ ดีทร้อยท์ นิวยอร์ค และนำดนตรีบลูส์​ไปด้วย และโด่งดังเฟื่องฟู โดยเฉพาะที่ชิคาโก้ ที่พัฒนาดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเนื้อเพลงและท่วงทำนอง เกี่ยวกับชีวิตในเมืองใหญ่ๆ และ เริ่มต้นใช้กีต้าร์ไฟฟ้า เป็นต้นกำเนิดของ เออร์บันบลูส์ (Urban Blues) หรือ อิเลคทริคบลูส์​ (Electric Blues) หรือ ชิคาโก้บลูส์ (Chicago Blues) ที่กลายมาเป็นดนตรีร้อคแอนด์โรลในที่สุด

ที่พูดมานี่เป็นเหตุผลใหญ่ของการไปชิคาโก้ แต่ที่นี่มีสิ่งน่าสนใจมากมาย ดูสิว่า 70 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์หนึ่งในเมืองที่ซับซ้อนและหลากสีสันนี่จะพาเราไปไหน ชมอะไรได้บ้าง

เมื่อเรามีเวลาน้อย ก็ใช้วิธีไปดูสิ่งที่เป็นจุดเด่นๆ ของเมืองก่อนแบบ ท้อปเท็น ของตัวเอง ที่อาจไม่เหมือนคนอื่น และขอเริ่มหัวข้อไว้ก่อนไว้ช่วยจำ แล้วเดี๋ยวค่อยๆ มาเล่าต่อ ก็แล้วกันนะคะ

1. Cloud Gate aka The Bean at Millennium Park

“The joy of life comes from our encounters with new experiences, and hence there is no greater joy than to have an endlessly changing horizon, for each day to have a new and different sun.” – Christopher McCandless

 

2. สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก้ (Art Institute of Chicago)

3. Blues Music

4. Skydeck Chicago

5. 360° Chicago

6. The Field Museum

7. The Magnificent Mile

8. Shedd Aquarium

9. Public Art

10. Pritzker Pavilion

Bonus – Of course you have to try – Deep Dish Pizza, Popcorn, Hot Dogs, and  Intelligentcia Coffee (I only got to try the coffee — not for the lack of trying ;))

 

 

6 Replies to “Chicago in 70 Hours – ยุทธการแกะรอยชิคาโก้บลูส์”

  1. Thanks very much 😀 — ได้อากาศสามแบบเลย วันแรก ฟ้าใส เมฆสวย ลมเย็นสบาย, วันที่สอง ร้อน เหงื่อเปียก, วันที่สามอึมครึม หนาวเหน็บ เกือบครบสูตร แต่ไม่ยักเจอ ลมแรงมากอย่างชื่อบบอกนะ ซึ่งก็คงดีไปอย่าง ขนาดลมไม่พัด ยังเดินซะเหนื่อย 5555

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *