บันทึกจากการเดินทาง – เมืองม้าหิว (เราก็หิว)

การเดินทางคนเดียวมันก็ดีอย่าง เสียอย่าง ข้อดีคือ เราจะไปไหน ทำอะไร บ้าบิ่นแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคนที่ไปด้วย ส่วนข้อเสียก็คืออย่างเดียวกันนั่นแหละ บางทีทำอะไร บ้าบิ่นไป เมื่อเหนื่อยโฮก แล้วไม่รู้ตัว เฉกเช่นการเดินทางครั้งนี้ เมื่อไปวนอุทยานแห่งชาติเกลเชีย (Glacier National Park) ที่มอนทาน่าเมื่อหลายเดือนก่อน ด้วยความที่วุ่นวาย เตรียมการช้าไป เลยจองที่พักในอุทยานฯ ไม่ทัน ก็เลยได้นอนใกล้ๆ สนามบิน ทางตะวันตกของอุทยานฯ​ — ไอ้ความที่เราไม่มีความคาดหวังอะไร อยู่ตรงไหนมันก็ดีทั้งนั้น ทุกอย่างใหม่ไปหมด เพราะยังไม่เคยไป แต่ข้อขัดข้องนิดหน่อยคือเวลาต้องเดินทาง ก็ต้องเผื่อเวลาเพิ่มไปซัก 45 นาที จากที่ข้อมูลบอก

หลังจากวันที่ไปถึงวันแรกหนึ่งวัน อากาศดีเลิศ — ซึ่งคนที่ถ่ายรูป จะรู้กันว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก เพราะ อากาศดี ฟ้าสวยได้ใจนั้น ไม่ได้มีกันง่ายๆ แหม ก็หามรุ่งหามค่ำ ตะบี้ตะบัน หนุกหนาน กับการถ่ายภาพและชื่นชมธรรมชาติอย่างเมามัน วันที่สองได้ใจ อากาศดีอีก ก็อาจหาญ ขับรถไปทางตะวันออก (East Glacier) รอพระอาทิตย์ตก ซึ่งเสียดาย แม้อากาศดี แต่ฟ้าไร้เมฆเอาโดยสิ้นเชิง กว่าจะออกมาปากทางก็มืด และแถมมีหลงทิศนิดโหน่ย ทำให้กว่าจะถึงที่พัก ก็งอมพระราม แต่สิ่งที่ขำจำขึ้นใจอย่างนึงคือว่า ก่อนจะถึงเมืองที่พักที่ Columbia Falls จะต้องผ่านเมืองเล็กๆ น่ารัก ที่ชื่อ ม้าหิว (Hungry Horse) ซึ่งพอผ่านเมืองนี้ ก็จะหิวโซพอดี ทุกที และเมืองนี้ก็เป็นสัญญาณให้ความหวัง ว่าจะถึงที่พักแล้วว้อยยยยย (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังต้องหิวโซ ต่อไป เพราะเมื่อกลับมาค่ำ อะไรๆ ก็ปิดหมด เรื่องการจะได้กินอาหารร้อนๆ อร่อยๆ ละมุนลิ้น นั้น อย่าได้หวัง ร้านฟาสฟู้ด ก็มีแต่ A&W ที่เมนู กากสุด ขนาดที่ว่ากินง่าย ยังกระเดือกไม่ลง ต้องเสียจรรยาบรรณ กินบะหมี่สำเร็จรูปละว้า อิอิ) กว่าจะเข้านอน ก็พร้อมไก่ขัน (ถ้ามีไก่ให้ขัน)

วันรุ่งขึ้น ลุกไม่ขึ้น ตัดสินใจนอนให้เต็มที่ ชิล แล้วตั้งใจว่าจะต้องไปค้นให้พบว่า เมืองนี้ทำไมต้องชื่อ ม้าหิว ฮ่าๆๆๆๆ แล้วหมายตาไว้ว่าต้องหาจุดที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกถึงความรู้สึก “ม้าหิว​​“ นี่ไว้ ก็เลยขับรถไป แวะร้านโชว์ห่วยในเมือง คุยกับลุงเจ้าของร้าน ที่ติดลมจนไม่อยากจะยอมให้เรากลับ แต่ก็ได้ความรู้เยอะแยะ พูดแล้วขอนอกเรื่องก่อนจะไปถึงเรื่องม้าหิว

ร้านโชว์ห่วยสำหรับคนภูเขา ^^

ที่น่าสนใจมากคือ คนที่มอนทาน่า และคนที่ตั้งใจมามอนทาน่านี่ ตกปลากันเป็นสรณะ หรือจะว่าเข้าสายเลือดก็คงไม่ผิด เหยื่อตกปลาที่เค้าเรียกว่า fly ซึ่งสงสัยว่า มันเป็นฟลายที่แปลว่าแมลงวัน หรือเปล่า แต่เดาเอาเองว่าคงใช่ ลืมถาม มีมากมายหลายร้อยชนิด มีทั้งแบบผูกมาแล้วเป็นแพค กับผูกด้วยมือ ขึ้นอยู่กับเวลา สถานที่ และปลาที่จะตกกระมัง (ไม่มีความรู้เอาซะเลย) แล้วเวลาที่คนเค้าเจรจา ถามไถ่กันเรื่องเหยื่อนี่ ลองฟังดู มันคงประมาณเหมือน นักเลงพระเครื่องคุยกันเลยล่ะ เหยื่อไหน เป็นเหยื่อไหน แบบฟังตามไม่รู้เรื่องกันไปข้างนึง แปลกใหม่ น่าสนใจดี

เหยื่อตกปลา มากมายหลากหลายลานตา

กลับมาเรื่องม้าหิว คุณลุงเจ้าของร้าน บอกว่า สมัยแรกๆ ที่มีคนมาตั้งรกรากแถวนี้ เคยมีคนทำม้าหลุดมา หาไม่เจออยู่นานเชียว จนกระทั่งมาเจอแถวๆ นี้ ม้าผอมโซ เลยเรียกบริเวณนี้ว่า Hungry Horse อย่างว่า แล้วเค้าก็มีรูปปั้นประจำเมืองด้วยนะ แต่หาไม่เจอ เจอแต่เจ้าตัวแดงข้างบน น่ารักดี เลยถ่ายมาเป็นที่ระลึก

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *